Josh Sargent กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ (USMNT) เตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในศึก MLS หลังมีรายงานว่า Toronto FC บรรลุข้อตกลงคว้าตัวจาก Norwich City ด้วยค่าตัว 22 ล้านดอลลาร์ และอาจเพิ่มเป็น 27 ล้านดอลลาร์ตามเงื่อนไขโบนัส
ดีลดังกล่าวทำให้ซาร์เจนต์กลายเป็นนักเตะอเมริกันค่าตัวแพงที่สุดที่ย้ายเข้าสู่ MLS และอย่างน้อยเป็นอันดับ 3 ของดีลที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ลีก โดยมีเพียงดีลของ Son Heung-min กับ LAFC (26 ล้านดอลลาร์) และ Emmanuel Latte Lath กับ Atlanta United (22 ล้านดอลลาร์) ที่อยู่ในระดับใกล้เคียง
ความสัมพันธ์แตกหักกับนอริช
ก่อนหน้านี้ ซาร์เจนต์แสดงความต้องการย้ายทีมอย่างชัดเจน และขอถอนตัวจากเกมเอฟเอ คัพ ท่ามกลางข่าวการเจรจา ส่งผลให้เขาถูกลดบทบาทไปซ้อมกับทีม U21 และไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่อีกเลย แม้สัญญาจะมีถึงปี 2028
ในฤดูกาล 2025-26 เขาทำไป 7 ประตูจาก 22 นัดในลีก และตลอด 5 ฤดูกาลกับนอริชยิงรวม 53 ประตูจาก 146 นัด ถือเป็นผลงานที่สม่ำเสมอในระดับแชมเปียนชิพ อังกฤษ
เดิมพันสูงของโตรอนโต เอฟซี
การคว้าตัวครั้งนี้สะท้อนความทะเยอทะยานของโตรอนโต ภายใต้การคุมทีมของ Robin Fraser สโมสรหวังให้ซาร์เจนต์เข้ามาเติมเต็มตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าที่ขาดหายไปนับตั้งแต่ยุคของ Jozy Altidore
เขาจะประสานงานกับเพลย์เมกเกอร์อย่าง Djordje Mihailovic รวมถึงกองหลังประสบการณ์สูงอย่าง Walker Zimmerman ทำให้ความคาดหวังของแฟนบอลพุ่งสูงทันที เป้าหมายขั้นต่ำคือการกลับสู่รอบเพลย์ออฟ MLS Cup หลังจากหลายปีที่ผลงานไม่สม่ำเสมอ
ในระดับทีมชาติ ซาร์เจนต์ลงเล่นให้ USMNT ไปแล้ว 29 นัด ยิง 5 ประตู และเคยร่วมศึกฟุตบอลโลก 2022 อย่างไรก็ตาม การแข่งขันแย่งตำแหน่งกองหน้าก่อนฟุตบอลโลก 2026 ดุเดือดมาก ทำให้การย้ายกลับมาค้าแข้งใน MLS อาจเป็นโอกาสสำคัญในการเรียกฟอร์มเก่งเพื่อทวงตำแหน่งตัวจริง
ดีลนี้จึงไม่ใช่แค่สถิติค่าตัว แต่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของทั้งนักเตะและสโมสร หากซาร์เจนต์ทำผลงานได้ตามความคาดหวัง โตรอนโต เอฟซี อาจกลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างจริงจังอีกครั้ง